10 จุดที่เที่ยว นอนกางเต็นท์รับลมหนาว

121
0
Share:
ถ้าพูดถึงฤดูหนาวหลายคนคงอยากรีบไปสูดอากาศธรรมชาติ รับลมหนาว และแสงแดดอันแสนอบอุ่นแล้วล่ะสิ 
แต่เดี๋ยวก่อน!!! จะหนีจากเมืองกรุงทั้งทีจะไปที่ธรรมดาได้ยังไงกัน วันนี้แอดจะมาแนะนำ 10 จุดที่เที่ยวกางเต็นท์นอนรับลมหนาว
เปลี่ยนบรรยากาศการพักผ่อนแบบเดิม ๆ เติมประสบการณ์ใหม่ ซึ่งเป็นกระแสมาแรงประจำปีนี้กันเลย จะเป็นที่ไหนบ้างนั้น อยู่ใกล้บ้านหรือไม่? อย่ารอช้า เตรียมเก็บกระเป๋าแล้วไปเที่ยวกันได้เล๊ยยย!!!! 

 

1.ดอยอินทนนท์

สำหรับที่แรก แอดขอพาทุกคนนั่งเครื่องไปยังจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นเป็นอย่างมาก โดยที่ๆเราจะไปกันนั่นก็คือ “อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์”
ซึ่งที่นี่มีจุดเด่นมากมายให้พวกเราชาวธรรมชาติได้ชมกัน ไม่ว่าจะเป็น น้ำตกแม่ยะ น้ำตกแม่กลาง ถ้ำบริจินดา น้ำตกสิริธาร น้ำตกแม่ปาน พระธาตุนภเมทนีดล พระธาตุนภพลภูมิสิริ และไฮไลท์สำคัญนั่นก็คือ ยอดดอยอินทนนท์ นั่นเอง
หากใครเป็นสายแคมป์ปิ้งชอบกางเต็นท์เราขอแนะนำเลยว่าปีใหม่นี้ไม่ควรพลาด เพราะที่นี่มีจุดให้นักท่องเที่ยวกางเต็นท์เป็นจำนวนมาก มีทั้งหมด 3 จุดใหญ่ๆด้วยกัน ได้แก่ บริเวณดงสน กิโลเมตรที่ 30 บริเวณที่ทำการอุทยาน กิโลเมตรที่ 31 และบริเวณน้ำตกแม่ปาน – ห้วยทรายเหลือง
ต้องบอกได้เลยว่าในช่วงปีใหม่จะมีคนมากางเต็นท์ที่นี่เป็นจำนวนมาก ถ้าชอบบรรยากาศครึกครื้นสามารถมาช่วงนี้ได้เลย แต่ถ้าใครอยากมาแบบชิลล์ ๆ รับแสงแดดกับหมอกยามเช้า แนะนำมาช่วงต้นฤดูหนาวก่อนปีใหม่ดีกว่านะคะ

 


2.ภูชี้ฟ้า

ถัดจากเชียงใหม่มาทางเหนือสุดของประเทศ ก็จะพบกับอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย ต้องบอกได้เลยว่าที่นี่ถือเป็นสถานที่ที่นักกางเต็นท์ต้องมาเป็นประจำทุกปี เพราะจุดเด่นของเขาภูชี้ฟ้านั้น คือ หน้าผาที่มีความสูงชัน ทำให้วิวที่มองเห็นพระอาทิตย์ในยามเช้ามีความสวยงามเป็นอย่างมาก
อีกทั้งเมื่อขึ้นไปยังจุดสูงสุดของภูเขาก็จะพบกับสายหมอกรอบตัวทำให้ได้ทั้งความรู้สึกอบอุ่นและสงบนิ่งไปพร้อมกัน
โดยจุดกางเต็นท์ของที่นี่ปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมด 2 ที่ ได้แก่ ที่แรกอยู่ด้านในวนอุทยานภูชี้ฟ้า ใกล้บริเวณทางเข้าสามารถสังเกตได้จากตัวป้อมยามและลานจอดรถ โดยลานกางเต็นท์จะอยู่ในโซนด้านล่างหลังป้อมยามลงไป
จุดกางเต็นท์อีกที่หนึ่งอยู่บริเวณตรงข้ามกับวนอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า อยู่แถวอาคารดูแลนักท่องเที่ยว สามารถกางเต็นท์ได้ทั้งลานด้านในและลานด้านนอกเลย ซึ่งทุกจุดมีบริการห้องน้ำให้นักท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว

 


3.ภูกระดึง

อีก 1 พิกัดยอดฮิต แอดขอพาทุกคนไปยังจังหวัดเลย ซึ่งที่นี่นับได้ว่ามีชื่อเสียงไปไกลทั่วโลก และติดอันดับหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของคนไทย จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นั่นก็คือ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง
อย่างที่เราทราบกันดีว่ายอดเขาของที่ภูกระดึงนั้นมีความสวยงามเป็นอย่างมาก ทำให้เหล่านักท่องเที่ยวต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การจะพิชิตยอดภูกระดึงนั้น “ไม่ง่ายเลยทีเดียว”
สำหรับคนที่สนใจไปกางเต็นท์พิชิตยอดนั้น ที่นี่มีจุดที่สามารถกางเต็นท์ได้บริเวณอุทยาน โดยมีการเก็บค่าเช่าที่ 30บาทต่อคน พูดแล้วก็มาพิชิตยอดเขากันเถอะ!

 


4.ภูห้วยอีสัน

เปลี่ยนบรรยากาศมาที่ภาค ภาคอีสานบ้านเฮากันหน่อยดีกว่า “ภูห้วยสัน” จังหวัดหนองคายนั่นเอง ต้องบอกเลยว่าจุดเด่นของสถานที่แห่งนี้ คือ วิวทิวทัศน์ที่สามารถมองเห็นท้องฟ้าได้ไกลสุดลูกหูลูกตา
ถือเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยที่สุดในจังหวัดหนองคายเลยก็ว่าได้ เมื่อมองไปด้านล่างสามารถมองเห็นเกาะแก่งของแม่น้ำโขง หากวันใดมีหมอกบางเบา สามารถมองเห็นแสงอาทิตย์สะท้อนกับสายน้ำด้านล่าง สีส้มพระอาทิตย์ตัดกับสีน้ำเงินของสายน้ำ เรียกได้ว่าใครที่ชอบธรรมชาติไม่ควรพลาดเลยทีเดียว
สำหรับจุดที่กางเต็นท์จะอยู่บริเวณรอบๆเกาะแก่งนั่นเอง ถ้านักท่องเที่ยวคนไหนอยากได้บรรยากาศของสายน้ำด้วยล่ะก็ บอกได้เลยว่าที่นี่ไม่ควรพลาด!

 


5.ผาเดียวดาย

ขยับมาอีกที่หนึ่งสำหรับใครที่มาคนเดียว แอดขอแนะนำให้มา ผาเดียวดาย กันดีกว่า เพราะบรรยากาศของที่นี่มีความสวยงามจนทำให้คุณลืมเรื่องร้ายๆไปได้เลย
โดยจุดเด่นสำคัญของที่นี่คือ จะเป็นภูเขาร่มแนวยาว มีป่าสองฝั่งล้อมรอบบริเวณทางเดิน ให้ความรู้สึกร่มรื่นเย็นสบาย ในช่วงเช้าพระอาทิตย์จะขึ้นสีกลมแดงตัดกับบริเวณร่มเขา
หากใครเป็นสายเดินทางที่ชอบแนวเขาแบบไม่ชันมากนัก ที่นี่คงสามารถตอบโจทย์พวกคุณได้เป็นอย่างดี
โดยจุดที่ให้บริการกางเต็นท์มีทั้งหมด 2 จุดด้วยกัน ได้แก่ จุดกางเต็นท์ลำตะคอง ซึ่งอยู่ห่างจากผาเดียวดายประมาณ 13 กิโลเมตร และจุดกางเต็นท์ผากล้วยไม้ อยู่ห่างจากผาเดียวดายประมาณ 15 กิโลเมตร แนะนำให้มาในช่วงฤดูหนาวกันนะ

 


6.ผาแต้ม

สถานที่ต่อไป ขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านธรรมชาติเป็นอย่างมาก มีจุดแลนมาร์คสำคัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ผาชัน น้ำตกสร้อยสวรรค์ เสาเฉลียง ถ้ำปฏิหารย์ ภูทานาม เป็นต้น  อีกทั้งมีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายปี ซึ่งที่นี่ก็คือ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม นั่นเอง
หากใครเป็นนักเดินทางที่ชอบดูพืชพรรณป่าไม้ รวมถึงสัตว์ต่างๆ แนะนำว่าให้มากางเต็นท์ยังสถานที่แห่งนี้ วิวธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ขนาดนี้เปรียบได้กับภาพยนตร์เรื่อง Lion King เลยทีเดียว
โดยจุดกางเต็นท์ของที่นี่อยู่บริเวณลานใกล้น้ำตก แอดขอกระซิบว่าให้รีบไปจองกันหน่อยนะ เพราะคิวจองแน่นมาก!!

 


7.ภูทับเบิก

ขยับมาใกล้กรุงเทพกันบ้าง กับสถานที่ที่สามารถขับรถเดินทางไปเที่ยวกันได้สบายๆ กับที่ ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์
โดยที่นี่มีจุดเด่นสำคัญคือ การชมวิวทิวทัศน์ 360 องศา เรียกได้ว่ามองเห็นทั้งหน้าทั้งหลังกันเลยทีเดียว ในส่วนของต้นไม้นั้นที่นี่จะนิยมปลูกแต่กะหล่ำปีทั่วทั้งหุบเขา ทำให้วิวทิวทัศน์ยิ่งดูปลอดโปร่งมากขึ้นกว่าเดิม
สำหรับใครที่มากางเต็นท์แอดขอแนะนำเป็นอย่างมาก เพราะที่นี่มีสภาพอากาศหนาวตลอดทั้งปี อีกทั้งในช่วงเช้าจะมีสายหมอกล้อมรอบทำให้เรารู้สึกสดชื่นเป็นอย่างมาก สำหรับใครที่สนใจมากางเต็นท์ที่นี่ ทางเจ้าหน้าที่จะให้บริการทั้งหมด 5 จุดด้วยกัน เรียกได้ว่าไปยังไงก็มีที่นอนแน่นอน

 


8.เขาพะเนินทุ่ง

เขาพะเนินทุ่ง จังหวัดเพชรบุรีนั้น เป็นสถานที่ที่เรียกว่า สายหมอกแห่งประเทศไทยเลยก็ว่าได้ หลายคนอาจคิดว่า หากไปขึ้นเข้าสามารถขึ้นได้เพียงแค่ช่วงฤดูหนาวเท่านั้น แต่คงไม่ใช่กับที่นี่ เนื่องจากในช่วงฤดูฝนหมอกบริเวณรอบเขาจะปกคลุมพื้นที่อย่างสวยงาม เปรียบได้กับภูเขาในภาพยนตร์จีนเลยก็ว่าได้
นอกจากนี้ที่นี่ยังมีสัตว์หายากอย่างนกเงือก ให้ผู้คนได้เชยชมกัน สำหรับจุดกางเต็นท์อยู่บริเวณอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน บริเวณริมเขื่อนนั่นเอง ต้องบอกได้เลยว่าหากใครที่ไม่ชอบภูเขาสูงมาก และหาที่กางเต็นท์ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพ เขาพะเนินทุ่งคือตัวเลือกหนึ่งที่ตอบโจทย์เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

 


9.จุดชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวง

ใครคิดว่าจุดชมวิวทะเลหมอกมีแต่ภาคเหนือแล้วล่ะก็ คุณคิดผิดแล้ว แอดขอแนะนำ จุดชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวง จังหวัดยะลา เพราะที่นี่ถือเป็นจุดชมทะเลหมอกเพียงไม่กี่แห่งในภาคใต้ที่มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นอย่างมาก
เนื่องจากที่นี่มีหมอกลงตลอดทั้งปี ทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาแบบไม่ขาดสาย หากใครได้มาเชยชมก็ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “นี่มันสวรรค์บนดินชัดๆ”
สำหรับใครที่มาที่นี่แล้วสนใจที่จะกางเต็นท์สูดอากาศธรรมชาติที่นี่จะให้บริการอยู่บริเวณ รอบๆจุดชมวิวเลยทีเดียว นอกจากความสวยงามทางด้านธรรมชาติแล้วยังได้รับอากาศบริสุทธิ์อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นสถานที่หนึ่งที่แอดอยากไปเป็นอย่างมาก

 


10.จุดชมวิวเสม็ดนางชี

และก็มาถึงที่สุดท้ายของทริปนี้ กับ จุดชมวิวเสม็ดนางซี จังหวัดพังงา ที่นี่หลายคนอาจจะยังไม่รู้จักมากนัก บางคนถึงขนาดตั้งฉายาให้ว่า “สวรรค์ที่พบเจอโดยบังเอิญ”
โดยจุดเด่นก็คงจะเป็นภาพแสงอาทิตย์ตัดกับเกาะต่างๆบริเวณรอบๆ ทำให้แสงอาทิตย์มีสีส้มอ่อนๆ เหมาะแก่การถ่ายรูปเป็นอย่างมาก อีกทั้งแสงแดดยามเย็นสีส้มที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น
นอกจากนี้บริเวณรอบๆยังมีวิถีชาวบ้านให้เราได้เชยชมกัน เรียกได้ว่า ได้ทั้งธรรมชาติ ได้ทั้งวัฒนธรรมกันเลยทีเดียว สำหรับใครที่สนใจกางเต็นท์ที่นี่จะขายเป็นแพ็คเกจรวมค่าอาหาร ค่าเดินทาง ซึ่งราคาจะแตกต่างกันออกไป บอกได้เลยว่าที่นี่แอดได้ไปมาแล้ว และรู้สึกประทับใจไม่รู้ลืม

 

Share:

Leave a reply